ชูธงเพิ่มที่นั่งผู้หญิงทางการเมืองเพื่อความเสมอภาค
1 กุมภาพันธ์ 2008 at 6:18 pm | In All, News and Update | Leave a CommentTags: news
กฎหมายไทยให้ความคุ้มครองสิทธิผู้หญิงมากขึ้น แนะรัฐบาลใช้มาตรการพิเศษชั่วคราวหนุนการเพิ่มสัดส่วนผู้หญิงในการเมืองทุกระดับ เผยตัวเลขที่นั่งผู้หญิงจิ๊บจ้อยแค่ร้อยละ 10
นางสาวสุพัตรา ภู่ธนานุสรณ์ ผู้จัดการโครงการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนตามอนุสัญญา CEDAW กองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ กล่าวถึงความก้าวหน้าการทำงานเพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษชนผู้หญิงในประเทศไทยว่า องค์กรผู้หญิงและคณะอนุกรรมาธิการด้านสตรีในคณะกรรมาธิการเด็ก เยาวชน สตรีฯ ของ สนช. ในการผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายที่ยังเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิ ง (CEDAW Committee) ของสหประชาชาติที่เสนอแนะให้ประเทศไทยเร่งแก้ไขมาโดยตลอด ตามที่ได้มีพันธะสัญญาไว้กับประชาคมโลก สถาบันนิติบัญญัติจึงได้แก้ไขกฎหมายหลายฉบับให้คุ้มครองและส่งเสริมสิทธิความเป็นคนของผู้หญิงมากขึ้น และยังขยายความคุ้มครองแก่คนทุกเพศด้วย เช่น กฎหมายอาญา มาตรา 276 ที่แก้ไขจาก “ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราหญิงซึ่งมิใช่ภริยาของตน” เป็น “ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น” หมายความว่า ไม่ใช่แค่ภรรยาจะได้รับการคุ้มครองจากการข่มขืนเท่านั้น แต่ขยายการคุ้มครองคนทุกเพศด้วย เพราะการข่มขืนมิได้เกิดขึ้นในความสัมพันธ์แบบหญิงกับชายเท่านั้น แต่เกิดขึ้นได้ในความสัมพันธ์ที่หลากหลายรูปแบบด้วย เช่น เพศเดียวกัน (homosexual relationship)
“นับแต่ปี 2549 เรื่อยมาได้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ความคุ้มครองแก่หญิงในหลายมาตรา และมีกฎหมายใหม่ที่คุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนผู้หญิง เช่น กฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว และกฎหมายคำนำหน้านามหญิง ซึ่งขั้นต่อไปจะต้องติดตามการปฏิบัติตามกฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง”
อย่างไรก็ตาม แม้การแก้ไขกฎหมายจะมีความก้าวหน้าไปมาก ทั้งการบรรจุหลักการความเสมอภาคระหว่างหญิงชายในรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 การยกเลิกกฎหมายที่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ ผู้แทนกองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติเห็นว่า สิ่งที่ยังทำน้อยมากคือมาตรการพิเศษชั่วคราวเพื่อเร่งรัดให้ผู้หญิงได้รับความเสมอภาคอย่างแท้จริงเร็วขึ้น เช่น การกำหนดสัดส่วนที่เหมาะสมระหว่างหญิงชายในการผู้สมัครรับเลือกตั้ง ได้รับเลือกตั้ง และการดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะเห็นว่า สัดส่วนของผู้หญิงในการเมืองทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศเฉลี่ยเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น แล้วที่มีตำแหน่งทางการเมือง เช่น เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างๆ ก็จะเป็นเครือญาติกับนักการเมืองชายทั้งสิ้น ดังนั้นความเท่าเทียมของโอกาสในการลงรับสมัครไม่เพียงพอ แต่ต้องได้ผลลัพธ์จากโอกาสที่เท่าเทียมด้วย นั่นคือได้รับเลือกและมีที่นั่งในสัดส่วนที่เหมาะสมและเท่าเทียมระหว่างหญิงชายด้วย
“ผลจากการที่กองทุนฯ สนับสนุนโครงการการมีส่วนร่วมทางการเมืองของผู้หญิงในองค์กรปกครองท้องถิ่น เช่น การฝึกอบรมผู้นำ การให้คำแนะนำเรื่องการหาเสียง การผลิตสื่อ และให้คำปรึกษาแก่ผู้สมัครสมาชิกอบต.ผู้หญิงในปีที่ผ่านมา มีผู้ร่วมโครงการได้รับเลือกเข้าไป 250 คน จากทั้งหมด 1,456 คน ซึ่งหากมีมาตรการพิเศษ เชื่อว่านอกจากจะช่วยเร่งรัดการมีส่วนร่วมทางการเมืองของผู้หญิงได้มากขึ้น ก็ช่วยขจัดค่านิยมที่ติดมักคิดว่า ชายเป็นผู้นำดีกว่าผู้หญิง”
No Comments Yet »
RSS feed สำหรับความเห็นต่อเรื่องนี้ TrackBack URI
ใส่ความเห็น
บลอกที่ WordPress.com . | Theme: Pool by Borja Fernandez.
Entries and comments feeds.



