ชูศูนย์เด็กเล็กเป็นนโยบาย “แรงงาน” นิยม
1 ธันวาคม 2007 at 5:41 pm | In All, News and Update | Leave a CommentTags: news
แรงงานหญิงขอศูนย์เด็กเล็กใกล้ที่ทำงาน ลดปัญหาผูกและขังลูกในบ้าน เสี่ยงต่อการพัฒนาเด็ก เสนอรัฐเร่งแก้ปัญหาการเลิกจ้าง ปรับเงื่อนไขส่งเงินเข้าประกันสังคม และจัดสรรเงินกู้เพื่อประกอบอาชีพอิสระ
นางเพลินพิศ ศรีศิริ ประธานกลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี กล่าวว่า ปํญหาของกลุ่มผู้ใช้แรงงานหญิงมีหลายเรื่อง ที่สำคัญอันหนึ่งคือขาดแคลนสวัสดิการในการเลี้ยงดูลูกที่ยังเล็ก ถ้าไม่ส่งลูกไปอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัดช่วยดูแล ก็ต้องจ้างคนในแถวบ้านช่วยดูแล ซึ่งเป็นบริการตามมีตามเกิด ไม่มีคุณภาพ จะไปฝากที่ศูนย์รับเลี้ยงเอกชนก็ราคาแพง ไม่มีเงินพอจ่าย เลยต้องทิ้งลูกไว้ในบ้าน เพราะหยุดงานมาดูแลลูกเองก็ไม่ได้
“เราไม่อยากเห็นสภาพที่แม่ออกไปทำงาน ต้องผูกลูก ขังลูกเอาไว้ในบ้าน พอเที่ยงแม่จะกระหืดกระหอบกลับมา แล้วก็ล็อกห้อง ขังเด็กไว้อีกครั้ง จนถึงตอนเย็นหลังเลิกงาน มีกรณีที่เด็กถูกขังไว้แบบนี้จนพัฒนาการต่ำ ปัญญาอ่อน”
นางเพลินพิศกล่าวด้วยว่า แรงงานหญิงเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำงานในโรงงานขนาดใหญ่ที่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีศูนย์เลี้ยงเด็ก ซึ่งถือเป็นสวัสดิการอย่างหนึ่งแก่พนักงาน แต่ทำงานในโรงงานเล็กๆ คนงาน 30-50 คนที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม นอกจากนี้ยังเป็นกลุ่มหาเช้ากินค่ำ ขายของ ขายอาหารเร่ และโยกย้ายตามการจ้างงาน การมีศูนย์เด็กเล็กที่ตอบสนองต่อการดิ้นรน การทำมาหากิน และสภาพการทำงานที่เกิดขึ้นจริงเหล่านี้ จะช่วยลดภาระแก่แรงงานหญิงที่มีลูกเล็กๆ และเด็กก็จะได้รับการดูแลที่ดี มีคุณภาพ เหมาะสมตามวัย
“รัฐต้องจัดสรรงบประมาณในการจัดตั้ง ดำเนินการและบริการศูนย์เด็กเล็ก ในพื้นที่ที่มีโรงงานและแรงงานอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก หรือในทุกย่านอุตสาหกรรมอย่างครอบคลุมและทั่วถึง ศูนย์เด็กเล็กนี้รัฐต้องเป็นผู้ลงทุน ไม่ใช่องค์กรปกครองท้องถิ่นที่ดำเนินงานไปตามพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งไม่ตอบสนองต่อปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้น”
ประธานกลุ่มบูรณาการแรงงานสตรียังได้เสนอว่า ให้ปรับเงื่อนไขการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมในกรณีที่ถูกเลิกจ้าง เพราะการจ่ายเงินเพิ่มอีกเท่าตัวเพื่อทดแทนส่วนที่นายจ้างเคยเป็นผู้จ่าย เป็นการซ้ำเติมปัญหาการถูกเลิกจ้างให้เลวร้ายขึ้นอีก นอกจากนี้ขอให้รัฐบาลจัดหาแหล่งเงินกู้ ดอกเบี้ยต่ำ ให้แก่แรงงานเพื่อใช้เป็นทุนในการประกอบอาชีพใหม่
“ขอให้ยกเว้นการจ่ายเงินสมทบส่วนของนายจ้างให้แก่แรงงานที่ถูกเลิกจ้าง เพื่อช่วยลดปัญหาและแบ่งเบาภาระ อีกทั้งจัดหาแหล่งเงินกู้ ดอกเบี้ยต่ำที่แรงงานเหล่านี้สามารถเข้าถึงได้ ไม่ยุ่งยาก เพราะที่ผ่านมาการให้กู้เงินผ่านธนาคารออมสิน ต้องหาคนค้ำที่มีหลักแหล่งชัดเจน มีข้าราชการรับรอง ซึ่งแรงงานที่ส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบทำไม่ได้เลย ต้องไปกู้เงินดอกเบี้ยร้อยละยี่สิบ เป็นหนี้ซ้ำซากพันตัวต่อไปไม่จบ”
จากการประชุมกลุ่มบูรณาการแรงงานสตรีและกลุ่มองค์กรพันธมิตรเมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ใช้แรงงานหญิงจึงได้ร่วมกันจัดทำข้อเสนอเพื่อให้พรรคการเมืองนำไปพิจารณา โดยมีประเด็นที่มีความสำคัญเร่งด่วน ได้แก่การจัดตั้งศูนย์เลี้ยงเด็กในทุกย่านอุตสาหกรรม และการกำหนดสัดส่วนหญิงชายในกรรมการไตรภาคีด้านแรงงาน เพื่อให้ผู้หญิงได้มีส่วนร่วมอย่างสำคัญต่อการตัดสินใจด้านต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อชีวิตและสังคม ตามอนุสัญญาซีดอว์ที่รัฐเป็นประเทศภาคี ส่วนประเด็นอื่นๆ ได้แก่ การแก้ไขมาตรา 75 ของ พรบ. คุ้มครองแรงงาน ให้แรงงานได้รับการชดเชยที่เป็นธรรม การออกกฎหมาย สถาบันคุ้มครองความปลอดภัยในการทำงาน ฉบับร่างของผู้ใช้แรงงานประเด็นแรงงานอื่นๆ เช่น สิทธิประโยชน์ในประกันสังคม แรงงานสัมพันธ์ อนุสัญญาที่รัฐต้อง รับรอง แรงงานข้ามชาติ แปรรูปรัฐวิสาหกิจ ประเด็นอื่นๆ เช่น สิทธิอนามัยเจริญพันธุ์
“เราไม่ต้องการเงินแบบหนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งล้านบาท แค่มีแหล่งเงินกู้ซึ่งคนไม่มีหลักประกัน ไม่มีผู้ค้ำจะกู้ได้เพื่อสร้างอาชีพ มีรายได้บ้าง” นางเพลินพิศกล่าวทิ้งท้าย
เผยแพร่: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม 2550 หน้า A12
No Comments Yet »
RSS feed สำหรับความเห็นต่อเรื่องนี้ TrackBack URI
ใส่ความเห็น
บลอกที่ WordPress.com . | Theme: Pool by Borja Fernandez.
Entries and comments feeds.


